2
แนะนำตัว
การไปเรียนในช่วงแรกๆของฉันยังถือว่าปกติ
เพราะฉันไม่ค่อยได้โดดร่มซักเท่าไหร่
อาจารย์ก็ยังคงเห็นหน้าฉันนั่งอยู่ในห้องเรียนครบทุกคาบเรียนแถมยังจำชื่อฉันได้ขึ้นใจซะด้วย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ไปที่โบสถ์หรอกนะ
เพราะถึงยังไงซะที่นั่นก็เหมาะกับการนอนหลับพักผ่อนในช่วงพักกลางวันของฉันมากที่สุด
วันนี้วันศุกร์แล้วฉันจะต้องรีบกลับบ้านเพราะว่าวันนี้แด๊ดดี้จะกลับจากอังกฤษ แน่นอนล่ะว่าวันนี้จะเป็นวันที่ฉันแฮปปี้ที่สุดเลยในรอบหนึ่งเดือน
พ่อของฉันเป็นชาวอังกฤษ นานๆท่านจึงจะได้กลับมาบ้านที่ไทย
เพื่อนหลายคนถามฉันว่าทำไมพ่อของฉันถึงไม่ยอมมาอยู่กับฉันกับแม่ที่ไทย
สาเหตุก็เพราะว่าแม่ก็ทำงานที่อังกฤษเหมือนกันยังไงล่ะ
นานๆทีแม่จะกลับมาบ้านเพื่อมาหาฉันกับยายซึ่งอยู่บ้านกันแค่สองคน
เมื่อก่อนตอนเรียนประถม ฉันก็เคยอยู่ที่อังกฤษนะ แต่พอจะเริ่มเรียนมัธยมแม่ก็ให้ฉันย้ายมาเรียนที่ไทย
เพราะว่าป้าที่ดูแลยายท่านย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่กับครอบครัวท่าน
ฉันก็เลยต้องมาอยู่บ้านเพื่อดูแลยาย อันที่จริงฉันว่ายายเป็นคนดูแลฉันซะส่วนใหญ่นะ
เพราะทุกเช้ายายจะเป็นคนทำกับข้าวให้ฉันตลอด
แถมยังเป็นคนคอยปลุกฉันให้ตื่นมาเรียนตลอด 5 ปีด้วย
แต่ช่วงนี้แด๊ดกับแม่จะมาไทยบ่อยเพราะมีบริษัทที่ไทยติดต่อให้มาทำโปรเจคต่างๆ ให้เรื่อยๆ
เพราะฉะนั้นช่วงนี้ฉันก็มีเวลาอ้อนแด๊ดกับแม่ได้มากขึ้น
“ดาร์ลิ๊ง...ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันหิวมากเลย จะเที่ยงอยู่แล้วเนี่ย ^O^”
เสียงของแองจี้ปลุกให้ฉันตื่นจากห้วงความคิดที่สุดแสนมีความสุข เพื่อที่จะชวนฉันลงไปกินข้าวที่แคนทีน
“แล้ววันนี้แกจะอันตรธานหายไปไหนอีกไหม
ทำไมทุกๆวันเวลาพักเที่ยงแกจะต้องหายหัวด้วยวะ แล้วพอถามว่าไปไหนก็ยังไม่ตอบอีก
หรือแกแอบมีแฟนแล้วแอบไปพลอดรักกันสองคนโดยที่ไม่บอกพวกฉันฮะ!!!”
ดูคำถามแต่ละคำถามสิ คิดได้ไงนะเพื่อนฉัน ฉันนี่นะจะมีแฟน มีมาให้ปวดสมองทำไมกัน
แค่มีพวกแกเป็นเพื่อนฉันก็แสนจะปวดหัวอยู่แล้ว แต่ละวันนั่งเพ้อถึงผู้ชายบ้างล่ะ
แฟชั่นบ้างล่ะ ฉันจะตามพวกแกแทบไม่ทัน
“ฉันก็คงจะ...หลบไปหาที่พักสายตาเหมือนเดิมนั่นแหละ
แต่ที่ไหนฉันไม่บอกนะ เดี๋ยวพวกแกจะตามไปเสียงดังทำให้ฉันไม่ได้พักผ่อนสายตา”
อาจจะฟังดูห่างเหินจากเพื่อนไปบ้าง
แต่ฉันมั่นใจนะว่าความสัมพันธ์ของฉันกับแองจี้ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง
อันที่จริงตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่นี่
ฉันก็มียัยแองจี้นี่แหละที่เป็นเพื่อนสนิทมาโดยตลอด นั่นจึงทำให้ฉันมั่นใจได้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนแน่นแฟ้นพอยังไงล่ะ
ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนๆในกลุ่ม
สายตาของฉันก็ดันเหลือบไปเจอผู้ชายคนหนึ่งเข้า ผู้ชายที่รูปร่างสูงโปร่ง
ผิวขาวเนียน ใบหน้าเรียวยาว ผมสีน้ำตาลเข้มยาวระต้นคอ จมูกโด่งได้รูปรับกับใบหน้า
และดวงตาคมเข้มคู่นั้น ผู้ชายที่ฉันบังเอิญเจอบ่อยๆที่ลานรูปปั้นเทพีอาร์เธน่ายังไงล่ะ
จะว่าไปหมอนี่ก็ดูดีใช่ย่อยเลยนะ
มิหนำซ้ำเพื่อนที่เดินอยู่ข้างกายของเขายังมีแต่คนที่หน้าตาดีอีกต่างหาก
ให้ตายเถอะ คนหน้าตาดีพวกนี้มันคบกันเองหรือยังไงนะ
แต่อันที่จริงโรงเรียนฉันก็มีแต่พวกหน้าตาดีกันทั้งนั้น ผิวพรรณก็ไฮโซดีๆนี่เอง
เพราะแน่นอนว่าคนที่จะเข้าเรียนที่นี่ได้ก็มีแค่ลูกคนมีเงินเท่านั้น
นอกจากค่าเทอมจะแพงลิบลิ่วแล้ว ค่ากิจกรรมต่างๆยังแพงและจัดบ่อยอีกต่างหาก
ฉันว่านะแม่ฉันอาจจะบ้าไปก็ได้ที่ส่งฉันมาเรียนที่นี่
“นี่ๆๆแก นั่นมันน้ำมนต์นี่ นักร้องนำวง Mission หนะแก
แกดูซิคนข้างๆที่นั่งด้วยกันใช่เรียวหรือเปล่า”
เสียงเพื่อนๆของฉันเริ่มจับกลุ่มนินทาผู้ชายอีกเช่นเคย -_-‘พวกนี้น่าจะจับไปอยู่ชมรมวารสารให้หมด
สืบข่าวชาวบ้านนี่แม่นกว่านักข่าวของชมรมซะอีก “ก็ใช่สิแก
นักร้องกับมือกีต้าร์มากินข้าวที่แคนทีนด้วยกันแบบนี้ อ๊าย ย
ฉันล่ะอยากจะเดินไปขอถ่ายรูปไว้ซะจริงๆ” นี่มันดังขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันไม่เห็นรู้จักมาก่อนเลย
-_-“ แต่ถ้าฉันรู้สิแปลก ฉันสนใจเรื่องพวกนี้ซะที่ไหนกัน
“นี่แองจี้
ฉันไปแล้วนะ ง่วงอ่ะ”
พูดจบฉันก็ลุกจากที่นั่งข้างๆแองจี้แล้วเดินจากไปโดยที่ไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
เหอะ ถ้าฉันมัวแต่สนใจเรื่องชาวบ้านเวลานอนของฉันก็หมดนะสิ ได้ไงกันฉันยอมไม่ได้หรอกนะ
ถ้าฉันไม่ได้หลับตอนพักกลางวันแบบนี้
คาบบ่ายมีหวังฉันได้หลับในห้องเรียนให้อาจารย์ได้จารึกชื่อลงบนอกเทพีสิ
เมื่อฉันเดินมาถึงลานรูปปั้นเทพีฉันก็มีความรู้สึกแปลกๆอีกครั้ง
ฉันรู้สึกคล้ายกับว่ามีคนกำลังเดินตามฉันอยู่ แล้วตอนนี้เค้าคนนั้นก็กำลังหยุดแล้วจ้องมาที่ฉัน
บ้าน่า ใครมันจะบ้ามาเดินตามฉันในช่วงเที่ยงวันแดดเปรี้ยงแบบนี้
ว่าแล้วฉันก็เดินต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาซักก้าว
ก็ดันมีเสียงปริศนามาเรียกฉันไว้
“เธอ..เดี๋ยวก่อนสิ” ^^
“นี่นายอีกแล้วเหรอ!!” -_-! สาบานได้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งที่สองที่ฉันเจอนายนี่ที่ตรงนี้
นายจงใจตามฉันมาหรือเปล่าเนี่ยถึงได้บังเอิญมาเจอกันที่นี่ทุกครั้งไป “ฉันไม่มีเวลามาคุยกับนายกลางแดดแบบนี้หรอกนะ
นายว่างมาหรือไงกันถึงมาเดินตามฉันแบบนี้
เมื่อกี้ฉันยังเห็นนายเพิ่งซื้อข้าวที่โรงอาหารอยู่เลย” ไม่ใช่ว่าแอบดูหรืออะไรหรอกนะ
ก็ฉันเห็นแบบนั้นจริงๆนี่ หมอนี่เพิ่งซื้อข้าวแล้วก็เดินหายไปนั่งข้างหลังฉันแท้ๆ
อะไรจะกินหมดไวขนาดนั้น นอกซะจากนายนี่จะไม่เคี้ยวข้าวเลยล่ะนะ
แล้วคนบ้าที่ไหนจะไม่เคี้ยวข้าวเล่า!!
แน่นอนว่าฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองแต่หมอนี่จงใจเดินตามฉันมา
“เธอกำลังจะไปที่โบสถ์ใช่ม๊า..” ^_^ เห็นไหม
นายนี่ต้องเดินตามฉันประจำแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้ไงว่าฉันจะไปที่ไหน
โรคจิตชัดๆเลย
“ใช่ แล้วจะทำไม” ฉํนถามกลับไปแบบไม่ใยดี
“งั้นรีบไปกันเถอะ ร้อนหนะ”
นี่นายเพิ่งรู้หรือยังไงว่ายืนตรงนี้มันร้อน ดูสิผิวฉันไหม้หมดแล้ว
ฉันไม่ได้อยากจะมีผิวสีแทนเหมือนลูกครึ่งทั่วๆไปหรอกนะ
...หมับ!!!! นายนี่จับมือฉัน จับมือฉัน!!!!
นี่นายถือดียังไงมาจับมือฉันฮะ!!!
“นี่นาย ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ” ฉันพูดคำนี้มาตลอดทางจนถึงโบสถ์
แต่ถามว่ามันได้ผลไหม คำตอบคือถ้ามันได้ผลฉันจะได้พูดคำนี้ซ้ำตอนเข้าโบสถ์ไหม?
“นั่งลงก่อนสิ ฉันชื่อน้ำมนต์ ห้อง 12B เธอล่ะ?”
นี่ฉันบอกหรือยังว่าฉันอยากรู้จักกับนาย แต่นายนี่เรียนเกรด 12 เหมือนกันกับฉันเลยแฮะ
แต่ดันเรียนเก่งนะ แหมเรียน วิทย์-คณิต ซะด้วย เด็กห้อง B อวดฉลาด เชอะ!!
“ฉันดาร์ลิ๊ง ห้อง 12Fพอใจยัง? ถ้าหมดแล้วฉันจะนอน” ไม่ได้พูดเปล่านะ
แต่ฉันทำท่านอนราบยาวไปกับเก้าอี้ของโบสถ์แต่ก็ไม่ลืมเอาสูทมาปิดตรงขาไว้กันโป๊หรอกนะ
แต่นายนี่ดันบ้าจี้นอนลงตรงเก้าอี้ตัวตรงข้ามฉันซะได้นี่สิ
นี่นายจะก่อกวนฉันไปถึงไหนกันฮะ!!
“นี่นายใครอนุญาตให้นายนอนตรงนี้กัน ไปเลยนะ”
ฉันลุกขึ้นพร้อมกับผลักหมอนั่นลงจากเก้าอี้ แต่ไม่ได้ผลเลยซักนิดเดียว
ทั้งๆที่นายก็ไม่ได้อ้วนแต่ทำไมตัวหนักจังนะ
....ตื้ด ตื้ด.... เสียงข้อความจากโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นและเมื่อเปิดอ่านก็พบว่า...
(นี่ดาร์ลิ๊งเธออยู่ไหน อาจารย์เรียกพบ ด่วนเลยนะที่ห้องเรียนตอนนี้)
นี่อาจารย์จะมาเรียกพบเพื่ออะไรอีกเนี่ย สรุปวันนี้ฉันไม่ได้นอนพักเลยใช่ไหม
เพราะนายคนเดียวนายน้ำมนต์เน่า !!
“นี่เธอเรียนฝรั่งเศสเหรอ งั้นคราวหน้ารบกวนเธอติวให้ฉันด้วยนะ ^^”
มีหน้ามาทำท่าโบกมือลาอีกนะ นายแย่งสถานที่ของฉัน!!! ติวงั้นเหรอ
ไม่มีทางซะล่ะ ลาขาด!!!
...................................
ปล.อย่าลืมให้คำแนะนำนะคะ พิ้งค์ปีเตอร์จะได้เอาไปปรับปรุง ^^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น