วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

Mission No.1 My Darling ปฏิบัติการร้ายมัดใจยัยตัวแสบ (บท4)

4
ซ้อมหนัก
                เช้าวันจันทร์อันแสนทรมานมาถึงแล้ว ฉันยังนั่งจมปุ๊กอยู่บนที่นอนเช่นเคย จนกระทั่งยายมาเคาะประตูห้องบอกให้ฉันไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวไปเรียนตามภาระหน้าที่ที่มีอยู่น้อยนิด วันนี้แม่กับแด๊ดจะเดินทางกลับอังกฤษแล้วเพราะว่าเพิ่งได้ข่าวจากเลขาของแด๊ดว่ามีงานด่วนเข้ามา ทั้งสองท่านจึงต้องรีบกลับ แต่การกลับครั้งนี้ทำให้ฉันใจหายไม่เบา เพราะแม่บอกว่าเป็นโปรเจคยาวกว่าจะได้กลับคงอีกหลายเดือน นี่ฉันต้องกลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นอีกแล้วงั้นเหรอ พอคิดๆไปคิดๆมา น้ำตามันดันไหลออกมาดื้อๆ มีที่ไหนกันที่พ่อกับแม่มาอยู่บ้านด้วยแค่ไม่กี่วันก็ต้องกลับไป โดยที่ไม่สนใจว่าความรู้สึกของฉันจะเป็นอย่างไร ความอัดอั้นที่มีในใจฉันมันทะลักออกมาแล้ว แต่ฉันควรจะเก็บมันไว้ไม่ควรให้มันมาบั่นทอนกำลังใจของแม่กับแด๊ดที่กำลังจะกลับไปทำงาน บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่านี่ท่านทั้งสองไม่เคยห่วงฉันกับยายเลยหรือไง ปล่อยให้อยู่กันสองคนในบ้านหลังใหญ่โต กับหมาตัวเมียอีกหนึ่งตัว ท่านคงจะคิดว่ามันปลอดภัยสำหรับฉันและยายมากสินะ
                ฉันเดินลงมาจากห้องด้วยตาที่แดงก่ำเพราะร้องไห้ตอนที่อาบน้ำ วันนี้ต้องออกบ้านเช้าเป็นพิเศษเพราะต้องแวะไปส่งแม่กับแด๊ดขึ้นเครื่องที่สนามบินด้วย ฉันไม่อยากให้มีบรรยากาศแบบนี้เลย ความรู้สึกมันเศร้าสุดๆไปเลย
“ดาร์ลิ๊ง หนูคิดอะไรอยู่หรือเปล่าลูก” แม่ถามฉันซึ่งนั่งทำหน้างออยู่ที่เบาะหลังของรถ จะอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันน้อยใจแม่กับแด๊ดมากที่มาทำให้ฉันอบอุ่นเพียงแค่ไม่กี่วัน แล้วก็มาจากไปง่ายๆแบบนี้
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูแค่รู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อยน่ะค่ะ” ฉันเลี่ยงตอบคำถามแม่ไปส่งๆ เพราะถ้าหากพูดอะไรมากไปกว่านี้ฉันคงจะต้องร้องไห้ออกมาอีกเป็นแน่
                ฉันส่งแม่กับแด๊ดที่สนามบินเรียบร้อยก็ขับรถมาที่โรงเรียนทันที ฉันไม่อยากจะอยู่นานให้ต้องลำบากใจจึงตัดสินใจบอกลาท่านทั้งสองมาทันที ฉันไม่ได้เล่าให้ท่านฟังว่าฉันจะต้องทำอะไรในงานเปิดโลกกิจกรรมซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ฉันมีเวลาซ้อมร้องเพลงกับวง Mission บ้าบอนั่นแค่สี่วัน และแน่นอนว่าฉันจะต้องเริ่มซ้อมจากวันนี้เป็นต้นไป ฉันจะต้องเจอกับคนแปลกหน้าร่วมชะตากรรมเป็นวันแรก ไม่อยากจะคิดว่ามันจะเละสักแค่ไหน เพราะฉันไม่ใช่คนจำพวกเข้ากับใครได้ง่ายๆ หรือมีอัธยาศัยดีเลิศ เย็นวันนี้แล้วสินะ แล้วฉันจะกังวลอะไรมากมายนะ ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของฉันหรอกที่จะร้องเพลงให้มันไม่เพี้ยน หรืออะไรๆหลายๆอย่าง แต่สิ่งที่ฉันกังวลคือทำไมชื่อนักร้องนำมันคุ้นๆ ชวนหวั่นใจ ทำไมฉันมีลางสังหรณ์แปลกๆ แต่ก็ช่างเถอะ มันคงเป็นแค่ความรู้สึกบ้าบอของฉันเท่านั้นแหละ
                ฉันนั่งเรียนกึ่งหลับผ่านช่วงเช้ามาได้อย่างทุลักทุเล เนื่องจากวันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ และตอนนี้ฉันก็นั่งอยู่ที่แคนทีนประจำโรงเรียน ซึ่งวันนี้ฉันก็รีบกินเหมือนเดิม หากแต่ต่างตรงที่ว่า วันนี้ฉันไม่ได้รีบไปที่โบสถ์ เพราะฉันกำลังมุ่งหน้าไปที่ ATS Café ต่างหาก ฉันคงต้องเอาตัวรอดจากคาบบ่ายด้วยการเสพคาร์เฟอีนสักหน่อย ไม่เช่นนั้นฉันคงจะหลับให้ครูสอนภาษาฝรั่งเศสด่าฉันอีกเป็นแน่ แต่ทำไมเส้นทางไปยังทุกสถานที่ในโรงเรียนจะต้องผ่านลานรูปปั้นเทพีด้วยนะ
“จ๊ะเอ๋!!!!
“กรี้ดดดดดดดด!!!” ใครมาเล่นตลกกับฉันกันเนี่ย ฉันจะฆ่ามานนนนนนนนนนนนน
“นี่เธอ ขวัญอ่อนขนาดนี้เลยเหรอ ฉันขอโทษ” นายน้ำมนต์ นายนี่มันปีศาจชัดๆเลย เล่นบ้าบออะไรของนายเนี่ย
“จะไปไหนเหรอ ขอไปด้วยคนสิ ไม่มีเพื่อนอ่ะ” ทำผิดแล้วยังมีตีหน้าซื่ออีกนะ
“ฉันจะไป คาเฟ่ นายจะตามไปด้วยทำไม” เออ แล้วฉันจะบอกนายนี่ไปทำไมว่าฉันจะไปคาเฟ่ หึหึ นี่ฉันโง่หรือบ้ากันนะ บอกได้เลยว่าหมอนี่มันไม่ธรรมดา แต่เธอก็ชอบปล่อยให้นายนี่มาวุ่นวายกับชีวิตเธอเหลือเกินนะ ดาร์ลิ๊ง
“พอดีเลย ฉันว่าจะไปหากาแฟดื่มสักหน่อย งั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวจะหมดเวลาพักเที่ยงเอาซะก่อน” พูดจบนายนี่ก็คว้ามือฉันเดินไปหน้าตาเฉย เนียนไปนะ นายอย่าหวังว่าฉันจะยอมเหมือนครั้งที่แล้วอีกนะ ><
“นี่นาย ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่อยากตาย!!” ฉันพูดพร้อมกับยกกำปั้นน้อยๆอีกข้างของฉันขึ้น นายนั่นทำท่ายกมือขึ้นเหนือหัวสองข้างเป็นเชิงว่ายอมแพ้ทันที โอเวอร์แอคติ้งมากขอบอก ตะแต่...
“เฮ้ย ย ย เธอยิ้มให้ฉันด้วย ครั้งแรกเลยนะเนี่ย” บ้าจริง ฉันเผลอยิ้มให้หมอนี่งั้นเหรอ ไม่จริงหรอก แล้วทำไมฉันต้องเผลอหน้าร้อนแบบนี้ด้วยนะ หัวใจบ้ามันก็ดันมาเต้นรัวเอาอะไรตอนนี้ >//<
                ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวมาจนถึง ATS Café แต่ไร้ซึ่งเงาของคนหน้ามึนตามมา แต่พอฉันลองมองออกไปทางด้านนอกร้านฉันกลับเห็นนายนั่นยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันจำได้ว่าเป็นเจ้าหญิงของห้อง 12B แต่จำชื่อไม่ได้ ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆแบบนี้กันนะ มันอึดอัด หายใจไม่สะดวกยังไงไม่รู้ แต่ก็ช่างมันเถอะ หมอนั่นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย รีบสูบคาปูชิโน่ผ่านหลอดดัง ปื้ดๆ แล้วกลับไปเข้าห้องเรียน นายนั่นจะอยู่กับใครก็ช่าง อาจจะเป็นแฟนกันก็ได้นะ ก็มีปัญญาหาแฟนได้สวยดีนี่นา แล้วทำไมจะต้องมาเดินตามตูดฉันต้อยๆ ทุกวันด้วย หรือฉันแค่คิดไปเอง...นั่นสินะ ฉันคงคิดเข้าข้างตัวเองว่าหมอนั่นมาตามฉันทั้งๆที่มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงๆก็ได้
                เวลาเรียนช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว และตอนนี้ฉันก็นั่งจมปุ๊กอยู่ที่ห้องชมรม เพราะวันอังคารคาบสุดท้ายจะเป็นคาบชมรมของโรงเรียนฉัน แล้วทำไมฉันต้องมานั่งรอไอ้วงดนตรีบ้านี่ด้วยนะ อันที่จริงน่าจะมีจิตใต้สำนึกซะบ้างไม่ใช่ให้คนอื่นเขารอแบบนี้
“ดาร์ลิ๊ง แกดูสิ เรียวคุงมือกีต้าร์มาแล้ว อร๊ายย ย ><//” จะอะไรนักหนาก็แค่ผู้ชายหน้าตา.....แบบการ์ตูนญี่ปุ่น หน้าใส ผมสี...เอิ่ม ผมนายนี่สีอะไร ใครก็ได้บอกฉันที เหอะ!!! เหลืองอ๋อยเชียว -_-‘ อันที่จริงฉันก็พูดเกินไป สีผมนายนี่สีน้ำตาลอ่อนอมส้มขับกับผิวขาวๆของนายนี่จนผู้หญิงอย่างฉันชักจะอิจฉาซะแล้วสิ แต่เสียงงุ๊งงิ๊งๆ ข้างๆหูฉันนี่สิ น่ารำคาญชะมัดเลย
“นี่ๆๆๆ นั่นไง เปอร์เซียขัญใจของฉัน เธอสังเกตที่เบสหมอนี่นะ ฉันเพิ่งเห็นว่าเขาไปแอบติดสติ๊กเกอร์สีเงินรูปตัว s แหละ ทำไมต้องตัวเอสนะ ฉันล่ะแปลกใจจริงๆ เธอสืบให้ฉันทีสิ น๊าดาร์ลิ๊ง” เรื่องอะไรฉันจะเอาตัวเองไปพัวพันกับคนพวกนี้ล่ะ ดูท่าทางนายเปอร์เซียกับนายเรียวอะไรนั่น ท่าทางจะเฟรนลี่มากเลย ตั้งแต่เดินเข้าห้องมา ฉันเห็นแจกยิ้มได้ตลอดเวลาเลย แต่พอนั่งไปได้ไม่นาน ยัยตัวที่นั่งข้างๆก็เริ่มสะกิดฉันหนักเข้าจนฉันชักจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“แก๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นั่นไง นักร้องนำของวงมาแล้ว อ๊ายยยยย หล่อที่สุดอ่ะ ฉันอยากจะเป็นลม” ฉันได้แต่นั่งกลอกตาไปมา เพราะเอือมระอากับอาการบ้าผู้ชายจนออกนอกหน้าของเพื่อนฉัน มันจะหล่อลากใส้อะไรนักหนากันกะอีแค่นักร้องนำของวงดนตรีประจำโรงเรียน ไหนขอพี่ดูหน้าหน่อยสิน้อง จะขนาดไหนเชียว ถ้าหล่อมากนะ พี่จะจีบเป็นแฟนเลยเอ้า
และทันทีที่ฉันหันไปมองก็ต้องช็อกทันที เพราะ.....
O_O!!! “นะ นะ นายน้ำมนต์ นายมาที่นี่ได้ยังไงกัน!!!” นี่อย่าบอกนะว่านายนี่คือคู่ซ้อมของฉัน เป็นไปได้ยังไงกัน นายนี่ไม่น่าจะเป็นนักร้องได้หรอกน่า ดูจากท่าทางแล้วไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่านายนี่เป็นนักร้อง
“ก็ฉันเป็นนักร้องของวง ฉันก็ต้องมาซ้อมสิ” ไม่นะ...ใครก็ได้บอกฉันทีว่านายคนนี้โกหกฉันอยู่ ครูขาหนูขอถอนตัวทันไหมคะ T^T

                การซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่น (เหรอ) ฉันไม่มีสมาธิเลย จำเนื้อเพลงไม่ได้ จำคีย์เพลง โน้ตเพลงต่างๆก็ไม่ได้ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เพราะทุกครั้งที่ฉันอ้าปากร้องตอบกับนายปีศาจน้ำมนต์นั่น ทำไมใจฉันต้องสั่น ทำไมหน้าฉันต้องร้อน จนทุกคนต้องหยุดซ้อมเพราะนักร้องนำไม่สามารถนำวงให้ไปรอดได้ พระเจ้าขา ถ้าตอนนี้กำลังกลั่นแกล้งหนู ได้โปรดเถอะค่ะ หยุดแกล้งหนูเถอะ หัวใจหนูมันรับไม่ไหวแล้ว -/\-
                                            ...............................................
ปล. มาช้าดีกว่าไม่มา จริงมั้ยคะ? ฮิๆๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น