วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

Mission No.1 My Darling ปฏิบัติการร้ายมัดใจยัยตัวแสบ (บท1)

1
วันเปิดเรียน
ก๊อกๆๆ...
“ดาร์ลิ๊ง ตื่นได้แล้วลูก” เสียงเคาะประตูห้องดังมาพร้อมกับเสียงตะโกนของแม่ฉันเป็นรอบที่สองของเช้านี้ แน่นอนว่ารอบนี้ถ้าฉันไม่ยอมดึงร่างตัวเองออกจากที่นอนสุดที่รักของฉันแล้วละก็ แม่ได้เปิดประตูเอาน้ำมาสาดฉันเป็นแน่ ดังนั้นสิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้คือ รีบลุกจากที่นอนแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมที่จะไปโรงเรียน แย่จัง !! วันหยุดสุดสบายของฉันมันหมดลงแล้วงั้นเหรอ ใช่แล้วล่ะ วันนี้เป็นเปิดเรียนวันแรก และจะเป็นวันแรกที่ฉันจะต้องแก่ที่สุดในโรงเรียนด้วย ไม่น่าเชื่อเลย เร็วเป็นบ้า อันที่จริงฉันยังอยากจะไปเที่ยวกับแม่กับยายอยู่เลย T^T
ก๊อกๆๆ... “ดาร์ลิ๊ง แต่งตัวเสร็จหรือยังลูก ยายเข้าไปได้ไหม” เสียงหญิงสูงวัยแหบพร่าดังมาจากหน้าห้องของฉันตอนที่ฉันยัดตัวเองลงไปในชุดนักเรียนที่สุดแสนจะน่ารักเสร็จพอดิบพอดี
“เสร็จเรียบร้อยค่ะยาย” ฉันพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องให้ท่านและยังแถมรอยยิ้มแสนสดใสไปให้ทีหนึ่ง ยายเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับเช็คความเรียบร้อยของการแต่งกายของฉันตามเคย
“ยายว่ากระโปรงหนูมันสั้นขึ้นนะ สูงขึ้นหรือเปล่าลูก” ยายพูดพร้อมกับแจกยิ้มพร้อมกับริ้วรอยบนใบหน้าให้ฉัน ฉันว่าสมัยที่ยายยังสาวท่านจะต้องสวยมากแน่ๆ เพราะถึงแม้ตอนนี้ท่านจะมีอายุถึง 60 ปีแล้วแต่ท่านก็ยังดูสวยมากในสายตาของฉัน ฉันยิ้มตอบท่านไปพร้อมกับบอกว่า “หนูสูงขึ้นนิดเดียวเองค่ะยาย อันที่จริงกระโปรงของโรงเรียนหนูมันสั้นอยู่แล้วต่างหากค่ะ ยายจะลองใส่ดูไหมคะ” ฉันกระเซ้ายายด้วยน้ำเสียงสดใส ยายจึงยื่นมือมาตีที่แขนฉันเข้าให้หนึ่งที พร้อมกับบอกให้ฉันลงไปกินข้าวเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้
….ARTHENA HIGH SCHOOL .. (โรงเรียนมัธยมอาร์เธน่า)
“ดาร์ลิ๊ง!!” เสียงตะโกนต้อนรับจากเพื่อนสาวแสนสวยของฉันดังมาแต่ไกล ชวนให้สายตาคนรอบข้างมองมาที่ฉันโดยอัตโนมัติ ฉันรู้สึกได้ถึงความคิดถึงของยัยแองจี้นะ แต่ว่าความรู้สึกอับอายที่มันแทรกมานี่ก็ไวมากเหมือนกัน ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวไปหาเพื่อนรักจอมแหกปากที่ยืนโบกมือหย็อยๆ รอฉันอยู่หน้าป้ายโรงเรียนด้วยอาการกระดี๊กระด๊าเต็มทน
“แกไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกฉันตั้งแต่ยังไม่ก้าวขาลงรถก็ได้นะ บอกตรงๆนะ อายว่ะ” พอฉันเริ่มเอ่ยปากบ่น ยัยนี่ก็ทำท่าหน้าง้ำ งอนปะล้ำปะเหลือกใส่ฉัน “ก็ฉันคิดถึงแกนี่นา ไม่มีเพื่อนโม้เลยอ่ะ” ฉันจำได้นะว่าเมื่อวานมีคนชื่อแองจี้โทรหาฉันตอนสามทุ่ม แล้วโม้อยู่ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงได้ นี่นะที่แกเรียกว่าไม่มีเพื่อนโม้ พูดอย่างกับว่าอยู่ในสมัยที่ต้องเขียนจดหมายถึงกันยังไงยังงั้น
       บรรยากาศในโรงเรียนวันนี้วุ่นวายเป็นพิเศษ สาเหตุก็เพราะว่าเป็นวันแรกที่หลายๆคนได้เจอกันจึงทำให้เกิดเสียงคุยกันดังกว่าปกติ แน่นอนว่าคนรักความสงบอย่างฉันนั้นเริ่มปวดหัวขึ้นมานิดๆแล้ว และตอนนี้ก็คาบสุดท้ายแล้วด้วย แถมยังเป็นวันแรกของภาคเรียน อาจารย์จึงปล่อยให้ทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง จะมีสักกี่คนกันเชียวที่ยอมเปิดหนังสือแล้วทำตามที่อาจารย์สั่ง กลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่จะจับกลุ่มคุยกันถึงแฟชั่น และความเป็นมาในช่วงปิดเทอมมากกว่า รวมทั้งยัยแองจี้เพื่อนซี้ซึ่งล่องหนเข้ากลุ่มไปนั่งคุยกะเพื่อนเรียบร้อย ส่วนเพื่อนผู้ชายฉันเห็นเดินออกนอกห้อง บ้างลงไปที่สนามบาส บ้างก็ไปหลบอยู่หลังห้องน้ำ แล้วฉันควรจะทำอะไร ว่าแล้วก็คิดได้ว่าในโรงเรียนมีสถานที่ที่หนึ่งที่สงบมากพอที่ฉันจะสามารถงีบหลับได้ คิดได้แค่นั้นฉันก็สะพายกระเป๋ามุ่งหน้าสู่โบสถ์ของโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักจากตึกเรียนฉัน เดินมาได้ซักพักก็มาถึงรูปปั้นเทพีอาร์เธน่า เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด สัญลักษณ์ประจำโรงเรียนของฉัน แล้วทำไมฉันถึงต้องหยุดอยู่ตรงหน้าเทพีด้วยล่ะ รูปปั้นคงไม่ได้เรียกให้ฉันหยุดหรอกนะ นี่ฉันคิดบ้าอะไรอยู่นะ -_-‘ ชอบคิดอะไรบ้าๆ แต่จะว่าไปฉันก็ไม่ได้บ้าไปเองหรอกนะ ก็ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามฉันอยู่นี่ แต่ทำไมตอนที่ฉันหยุดฉันไม่เห็นใครเลยล่ะ เทพีคงไม่ได้มาแกล้งเด็กดื้ออย่างฉันใช่ไหม O_o??
“นี่เธอ!!” เทพีเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหรอ แต่นี่มันเสียงผู้ชายนี่นา ไม่นะหรือเทพีเป็นกะเทย!!! บ้าไปแล้วยัยดาร์ลิ๊ง นั่นมันก็แค่รูปปั้นเทพีนะ อีกอย่างฉันก็อยู่ที่นี่มา 5 ปี จวนจะครบ 6ปี แล้ว ก็ไม่เห็นจะเคยเจออะไรแบบนี้นี่ เอาวะ!! แค่หันหลังกลับไปดู ถ้าไม่เจอใครก็แค่รีบวิ่งเข้าโบสถ์ละวะ หนึ่ง...สอง... แปะ!!! มือใครมาจับไหล่ฉัน กรี้ดดดดดดดด >O<!!!!
“นี่เธอ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าซีดๆนะ O_O?” ไอ้นี่เป็นใคร ไอ้บ้าเอ้ย มาทำแบบนี้ฉันไม่หัวใจวายก็เป็นบุญเท่าไหร่แล้ว ดูสิ ยังจะมีหน้ามาถามฉันอีกนะว่าฉันเป็นอะไรไหม นายเพิ่งจะหลอกผีเทพีฉันไปหมาดๆนะ ไอ้หน้าวอก!! มันน่าซัดกำปั้นเข้าที่หน้าซักหมัดนะ
“นี่นาย!! เป็นบ้าอะไรหา..มาเดินตามฉันทำไม!!!” ฉันตะคอกใส่หน้าหมอนั่นไป >O<!
“ฉันเปล่านะ..ฉันก็แค่..เอ่อ..เอาโทรศัพท์มาคืนเธอหนะ” ฮะ!!! อะไรนะ เอาโทรศัพท์มาคืนงั้นเหรอ? บ้าจริง แล้วนี่เมื่อกี้ฉันพล่ามอะไรไปบ้างนะ ยังทันหรือเปล่าถ้าฉันจะบอกไปว่า ที่บอกไปเมื่อกี้ฉันล้อเล่นหนะ หน้าแตกสินะดาร์ลิ๊ง T^T
“เอ่อ..นายเก็บมันได้เหรอ? แหะๆ โชคดีจังเลยนะ ^^’” นี่เธอคิดคำพูดได้แค่นี้เหรอดาร์ลิ๊ง อ้ากกก อายเค้าไหมล่ะ
“บังเอิญฉันเดินมาเจอมันหล่นจากกระเป๋าเธอตอนเธอหยุดอยู่หน้าเทพีอาร์เธน่าหนะ ก็เลยเดินตามเอามาให้ แต่เห็นเธอท่าทางแปลกๆ ก็เลยหยุดดูก่อน..ถ้ายังไงก็เก็บเข้ากระเป๋าดีๆล่ะ เดี๋ยวจะหล่นหายอีก ฉันอาจไม่บังเอิญมาเจอมันอีกก็ได้นะ ^^” ทำมาเป็นพูดดี นี่นายกำลังหาว่าฉันไม่รู้จักดูแลของของตัวเองให้ดีใช่ไหม!! ถึงหายฉันก็มีปัญญาซื้อใหม่ได้หรอก เหอะ!! นี่ฉันแอบอวดรวยอยู่ใช่ไหมนะ -_-‘

“ยังไงก็ขอบใจนายแล้วกันนะ..ไปล่ะ” พอพูดจบฉันก็หันหลังให้หมอนั่นโดยที่ไม่คิดจะแนะนำตัวใดๆทั้งสิ้น ทั้งๆที่เห็นๆอยู่ว่าหมอนั่นกำลังจะอ้าปากพูด แต่เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องมาเสียเวลากับคนแปลกหน้าด้วยล่ะ ถึงจะเป็นคนแปลกหน้าที่หน้าตาคุ้นๆก็เถอะ
                                                                 ............................................................
ปล. พิงค์ปีเตอร์ขอซัก 3 คอมเมนต์นะคะ แล้วจะมาอัพตอนที่สองให้ติดตามกันค่ะ^^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น