1
วันเปิดเรียน
ก๊อกๆๆ...
“ดาร์ลิ๊ง ตื่นได้แล้วลูก” เสียงเคาะประตูห้องดังมาพร้อมกับเสียงตะโกนของแม่ฉันเป็นรอบที่สองของเช้านี้
แน่นอนว่ารอบนี้ถ้าฉันไม่ยอมดึงร่างตัวเองออกจากที่นอนสุดที่รักของฉันแล้วละก็
แม่ได้เปิดประตูเอาน้ำมาสาดฉันเป็นแน่ ดังนั้นสิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้คือ
รีบลุกจากที่นอนแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมที่จะไปโรงเรียน แย่จัง !!
วันหยุดสุดสบายของฉันมันหมดลงแล้วงั้นเหรอ ใช่แล้วล่ะ วันนี้เป็นเปิดเรียนวันแรก
และจะเป็นวันแรกที่ฉันจะต้องแก่ที่สุดในโรงเรียนด้วย ไม่น่าเชื่อเลย เร็วเป็นบ้า
อันที่จริงฉันยังอยากจะไปเที่ยวกับแม่กับยายอยู่เลย T^T
ก๊อกๆๆ... “ดาร์ลิ๊ง แต่งตัวเสร็จหรือยังลูก ยายเข้าไปได้ไหม” เสียงหญิงสูงวัยแหบพร่าดังมาจากหน้าห้องของฉันตอนที่ฉันยัดตัวเองลงไปในชุดนักเรียนที่สุดแสนจะน่ารักเสร็จพอดิบพอดี
“เสร็จเรียบร้อยค่ะยาย” ฉันพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องให้ท่านและยังแถมรอยยิ้มแสนสดใสไปให้ทีหนึ่ง
ยายเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับเช็คความเรียบร้อยของการแต่งกายของฉันตามเคย
“ยายว่ากระโปรงหนูมันสั้นขึ้นนะ สูงขึ้นหรือเปล่าลูก”
ยายพูดพร้อมกับแจกยิ้มพร้อมกับริ้วรอยบนใบหน้าให้ฉัน ฉันว่าสมัยที่ยายยังสาวท่านจะต้องสวยมากแน่ๆ
เพราะถึงแม้ตอนนี้ท่านจะมีอายุถึง 60 ปีแล้วแต่ท่านก็ยังดูสวยมากในสายตาของฉัน
ฉันยิ้มตอบท่านไปพร้อมกับบอกว่า “หนูสูงขึ้นนิดเดียวเองค่ะยาย
อันที่จริงกระโปรงของโรงเรียนหนูมันสั้นอยู่แล้วต่างหากค่ะ ยายจะลองใส่ดูไหมคะ”
ฉันกระเซ้ายายด้วยน้ำเสียงสดใส ยายจึงยื่นมือมาตีที่แขนฉันเข้าให้หนึ่งที
พร้อมกับบอกให้ฉันลงไปกินข้าวเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้
….ARTHENA HIGH SCHOOL .. (โรงเรียนมัธยมอาร์เธน่า)
“ดาร์ลิ๊ง!!” เสียงตะโกนต้อนรับจากเพื่อนสาวแสนสวยของฉันดังมาแต่ไกล
ชวนให้สายตาคนรอบข้างมองมาที่ฉันโดยอัตโนมัติ
ฉันรู้สึกได้ถึงความคิดถึงของยัยแองจี้นะ
แต่ว่าความรู้สึกอับอายที่มันแทรกมานี่ก็ไวมากเหมือนกัน
ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวไปหาเพื่อนรักจอมแหกปากที่ยืนโบกมือหย็อยๆ
รอฉันอยู่หน้าป้ายโรงเรียนด้วยอาการกระดี๊กระด๊าเต็มทน
“แกไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกฉันตั้งแต่ยังไม่ก้าวขาลงรถก็ได้นะ
บอกตรงๆนะ อายว่ะ” พอฉันเริ่มเอ่ยปากบ่น ยัยนี่ก็ทำท่าหน้าง้ำ
งอนปะล้ำปะเหลือกใส่ฉัน “ก็ฉันคิดถึงแกนี่นา ไม่มีเพื่อนโม้เลยอ่ะ”
ฉันจำได้นะว่าเมื่อวานมีคนชื่อแองจี้โทรหาฉันตอนสามทุ่ม แล้วโม้อยู่ประมาณเกือบ 1
ชั่วโมงได้
นี่นะที่แกเรียกว่าไม่มีเพื่อนโม้
พูดอย่างกับว่าอยู่ในสมัยที่ต้องเขียนจดหมายถึงกันยังไงยังงั้น
บรรยากาศในโรงเรียนวันนี้วุ่นวายเป็นพิเศษ
สาเหตุก็เพราะว่าเป็นวันแรกที่หลายๆคนได้เจอกันจึงทำให้เกิดเสียงคุยกันดังกว่าปกติ
แน่นอนว่าคนรักความสงบอย่างฉันนั้นเริ่มปวดหัวขึ้นมานิดๆแล้ว และตอนนี้ก็คาบสุดท้ายแล้วด้วย แถมยังเป็นวันแรกของภาคเรียน อาจารย์จึงปล่อยให้ทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง
จะมีสักกี่คนกันเชียวที่ยอมเปิดหนังสือแล้วทำตามที่อาจารย์สั่ง
กลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่จะจับกลุ่มคุยกันถึงแฟชั่น และความเป็นมาในช่วงปิดเทอมมากกว่า
รวมทั้งยัยแองจี้เพื่อนซี้ซึ่งล่องหนเข้ากลุ่มไปนั่งคุยกะเพื่อนเรียบร้อย ส่วนเพื่อนผู้ชายฉันเห็นเดินออกนอกห้อง บ้างลงไปที่สนามบาส บ้างก็ไปหลบอยู่หลังห้องน้ำ แล้วฉันควรจะทำอะไร
ว่าแล้วก็คิดได้ว่าในโรงเรียนมีสถานที่ที่หนึ่งที่สงบมากพอที่ฉันจะสามารถงีบหลับได้
คิดได้แค่นั้นฉันก็สะพายกระเป๋ามุ่งหน้าสู่โบสถ์ของโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนักจากตึกเรียนฉัน
เดินมาได้ซักพักก็มาถึงรูปปั้นเทพีอาร์เธน่า เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด
สัญลักษณ์ประจำโรงเรียนของฉัน แล้วทำไมฉันถึงต้องหยุดอยู่ตรงหน้าเทพีด้วยล่ะ
รูปปั้นคงไม่ได้เรียกให้ฉันหยุดหรอกนะ นี่ฉันคิดบ้าอะไรอยู่นะ -_-‘
ชอบคิดอะไรบ้าๆ แต่จะว่าไปฉันก็ไม่ได้บ้าไปเองหรอกนะ
ก็ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามฉันอยู่นี่
แต่ทำไมตอนที่ฉันหยุดฉันไม่เห็นใครเลยล่ะ
เทพีคงไม่ได้มาแกล้งเด็กดื้ออย่างฉันใช่ไหม O_o??
“นี่เธอ!!” เทพีเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหรอ แต่นี่มันเสียงผู้ชายนี่นา
ไม่นะหรือเทพีเป็นกะเทย!!! บ้าไปแล้วยัยดาร์ลิ๊ง นั่นมันก็แค่รูปปั้นเทพีนะ
อีกอย่างฉันก็อยู่ที่นี่มา 5 ปี จวนจะครบ 6ปี แล้ว ก็ไม่เห็นจะเคยเจออะไรแบบนี้นี่ เอาวะ!!
แค่หันหลังกลับไปดู ถ้าไม่เจอใครก็แค่รีบวิ่งเข้าโบสถ์ละวะ หนึ่ง...สอง... แปะ!!!
มือใครมาจับไหล่ฉัน
กรี้ดดดดดดดด >O<!!!!
“นี่เธอ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าซีดๆนะ O_O?” ไอ้นี่เป็นใคร
ไอ้บ้าเอ้ย มาทำแบบนี้ฉันไม่หัวใจวายก็เป็นบุญเท่าไหร่แล้ว ดูสิ ยังจะมีหน้ามาถามฉันอีกนะว่าฉันเป็นอะไรไหม
นายเพิ่งจะหลอกผีเทพีฉันไปหมาดๆนะ ไอ้หน้าวอก!!
มันน่าซัดกำปั้นเข้าที่หน้าซักหมัดนะ
“นี่นาย!! เป็นบ้าอะไรหา..มาเดินตามฉันทำไม!!!”
ฉันตะคอกใส่หน้าหมอนั่นไป >O<!
“ฉันเปล่านะ..ฉันก็แค่..เอ่อ..เอาโทรศัพท์มาคืนเธอหนะ” ฮะ!!! อะไรนะ
เอาโทรศัพท์มาคืนงั้นเหรอ? บ้าจริง แล้วนี่เมื่อกี้ฉันพล่ามอะไรไปบ้างนะ
ยังทันหรือเปล่าถ้าฉันจะบอกไปว่า ที่บอกไปเมื่อกี้ฉันล้อเล่นหนะ
หน้าแตกสินะดาร์ลิ๊ง T^T
“เอ่อ..นายเก็บมันได้เหรอ? แหะๆ โชคดีจังเลยนะ ^^’”
นี่เธอคิดคำพูดได้แค่นี้เหรอดาร์ลิ๊ง อ้ากกก อายเค้าไหมล่ะ
“บังเอิญฉันเดินมาเจอมันหล่นจากกระเป๋าเธอตอนเธอหยุดอยู่หน้าเทพีอาร์เธน่าหนะ
ก็เลยเดินตามเอามาให้ แต่เห็นเธอท่าทางแปลกๆ ก็เลยหยุดดูก่อน..ถ้ายังไงก็เก็บเข้ากระเป๋าดีๆล่ะ
เดี๋ยวจะหล่นหายอีก ฉันอาจไม่บังเอิญมาเจอมันอีกก็ได้นะ ^^”
ทำมาเป็นพูดดี นี่นายกำลังหาว่าฉันไม่รู้จักดูแลของของตัวเองให้ดีใช่ไหม!!
ถึงหายฉันก็มีปัญญาซื้อใหม่ได้หรอก เหอะ!! นี่ฉันแอบอวดรวยอยู่ใช่ไหมนะ -_-‘
“ยังไงก็ขอบใจนายแล้วกันนะ..ไปล่ะ”
พอพูดจบฉันก็หันหลังให้หมอนั่นโดยที่ไม่คิดจะแนะนำตัวใดๆทั้งสิ้น
ทั้งๆที่เห็นๆอยู่ว่าหมอนั่นกำลังจะอ้าปากพูด แต่เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องมาเสียเวลากับคนแปลกหน้าด้วยล่ะ
ถึงจะเป็นคนแปลกหน้าที่หน้าตาคุ้นๆก็เถอะ
............................................................
ปล. พิงค์ปีเตอร์ขอซัก 3 คอมเมนต์นะคะ แล้วจะมาอัพตอนที่สองให้ติดตามกันค่ะ^^
ปล. พิงค์ปีเตอร์ขอซัก 3 คอมเมนต์นะคะ แล้วจะมาอัพตอนที่สองให้ติดตามกันค่ะ^^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น